fbpx
Home » ศิลปะรัตนโกสินทร์

Tag : ศิลปะรัตนโกสินทร์

ภาคกลาง สุพรรณบุรี

เจดีย์ วัดหน่อพุทธางกูร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
เป็นเจดีย์ในผังแปดเหลี่ยม ลักษณะคือ ฐานล่างสุดเป็นฐานเขียงแปดเหลี่ยมเตี้ยๆ ตามด้วยชุดฐานสิงห์ในผังแปดเหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น ถัดมาเป็นฐานบัวคลุ่มในผังแปดเหลี่ยมรองรับองค์ระฆังแปดเหลี่ยม ตามด้วยยอดบัวคลุ่มเถาและยอดแหลม จากลักษณะโดยรวมของเจดีย์นั้นมีความใกล้เคียงกับเจดีย์ทรงเครื่อง เพียงแต่ตัวเจดีย์นั้นไม่มีการทำย่อมุม รูปแบบดังกล่าวจึงน่าจะเป็นรูปแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ผสมผสานกับศิลปะพื้นถิ่น อายุราวๆ พุทธศตวรรษที่ 24 ขึ้นไป
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ วัดหน่อพุทธางกูร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
งานจิตรกรรมภายในอุโบสถประกอบไปด้วยเรื่องราวพุทธประวัติ ทศชาติชาดก เรื่องราวชีวิตของสามัญชน ภาพเทพชุมนุมและลวดลายดอกไม้ประดิษฐ์ ส่วนในภาพนี้เป็นทศชาดกตอนภูริทัตต์ชาดก เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นพญานาคชื่อภูริทัตต์เพื่อบำเพ็ญบุญบารมี ด้านบนสุดของฉากเป็นภาพพระภูริทัตต์ขนดกายล้อมรอบจอมปลวก โดยมีมือของพราหมณ์อาลัมพายน์จับอยู่ที่หางของพระภูริทัตต์ ส่วนด้านล่างของฉากมีนางมาณวิกาสี่นาง ถือเครื่องดนตรีคนละชนิด ประกอบไปด้วย ซอด้วง ขลุ่ย แคน และกระจับปี่
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

อุโบสถ วัดหน่อพุทธางกูร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
เป็นอุโบสถก่ออิฐถือปูน อยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูงเล็กน้อย ด้านหน้าทำเป็นมุขยื่นออกมา มีเสารองรับหลังคามุขที่ยื่นออกมาเป็นเสาสี่เหลี่ยม บัวหัวเสาเป็นแบบบัวแวง เหนือหัวเสาขึ้นไปเป็นลายกระจังรวนปูนปั้น ส่วนระหว่างช่วงเสาเป็นรวงผึ้งทำจากไม้ ส่วนด้านล่างระหว่างเสาคู่กลาทำเป็นบันไดทาขึ้น มีการประดับเชิงบันไดด้วยเสาหัวเม็ด ฐานของอุโบสถเป็นฐานบัวลักษณะอ่อนโค้งแบบเรือสำเภา อันเป็นลักษณะเด่นในสมัยอยุธยาตอนปลาย และนิยมทำเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นช่วงสมัยรัชกาลที่ 1 –
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ วัดประตูสาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
ในอุโบสถมีจิตรกรรมทั้งหมด 4 เรื่อง ประกอบไปด้วย 1.พุทธประวัติ 2. อดีตพุทธ 3. พุทธเจ้าห้าพระองค์ และ 4.ภาพวิถีชีวิตของสามัญชน โดยในภาพนี้เป็นภาพจิตรกรรมตอนพุทธประวัติ ฉากล่างสุดเป็นตอนเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดพระเมาลี ที่ริมแม่น้ำอโนมา และพระอินทรกำลังเหาะลงมาเพื่อนําพระเมาลีไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

พระพุทธรูปประธาน วัดประตูสาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
พระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์ค่อนข้างเสี้ยม พระเกศาเล็กแบบเม็ดขนุน มีอุษณีษะตูมคล้ายดอกบัว รัศมีเปลวไฟ พระนลาฏแคบ พระขนงโก่ง พระเนตรไม่เหลือบต่ำ พระนาสิกโด่งงุ้มปลาย พระโอษฐ์อิ่ม ครองจีวรห่มเฉียง ประทับนั่งบนฐานชุกชี สามารถกำหนดอายุสมัยอยู่ในรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือราวพุทธศตวรรษที่ 23
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

อุโบสถ วัดประตูสาร อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
เป็นอุโบสถที่สร้างด้วยปูน อยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานอุโบสถเป็นฐานบัวลูกแก้วอกไก่ 1 เส้น ผนังทึบตัน เจาะช่องหน้าต่าง 4 ช่อง กรอบหน้าต่างมีการทำลวดลายหยั่งเทศ ตามแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 บริเวณด้านหน้าอุโบสถมีเสาพาไล 4 ต้น
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

ใบเสมา วัดไทรย์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
ใบเสมาสลักจากหินทราย ลักษณะคือ เป็นทรงเจว็ดสูง เอวเสมาคอดและสลักเป็นรูปหัวกนกตวัดขึ้น ยอดเสมาบานออกเล็กน้อย มีเส้นกรอบเดินรอบใบเสมา โดยประดับลายคล้ายลายกนก ด้านบนและล่างสลักเป็นลายดอกไม้ ตลรงกลางมีการสลักคล้ายเป็นอักษร
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ วัดไทรย์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
จิตรกรรมภายในอุโบสถค่อนข้างที่จะลบเลือน หลงเหลือให้เห็นตัวละครเพียงบางส่วน ในภาพนี้น่าจะเป็นฉากเล่าเรื่องบนสวรรค์ เต็มไปด้วยเทวดานางฟ้าหลายตน ในมือถือดอกไม้ มีการทำท่านาฏลักษณ์ โดยจะสังเกตได้ว่าส่วนที่เป็นพวกเครื่องทรงจะมีการปิดทองคำเปลว ซึ่งลักษณะของการปิดทองที่ตัวบุคคลสำคัญนั้นเริ่มมีขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 3 ซึ่งก็สอดคล้องกันกับตัวอายุของอุโบสถที่คาดว่าสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 ด้วยเช่นกัน
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

อุโบสถ วัดไทรย์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน อยู่ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังทึบตัน ตัวอาคารเอนสอบใช้ฐานบัวยืดสูงรองรับ ด้านหน้ามีการเจาะช่องประตู 1 ช่อง มีการตกแต่งซุ้มประตูด้วยปูนปั้นเป็นลายหยั่งเทศน์ ผนังด้านข้างมีการเจาะช่องหน้าต่างข้างละ 4 ช่อง ไม่มีการตกแต่งลวดลาย ในส่วนของหลังคาเป็นหลังคาไม้มุงกระเบื้องชั้นเดียว แต่มีการลดชั้นหลังคา 3
ภาคกลาง สุพรรณบุรี

อนุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

Scaasa Researcher
อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติขของสมเด็จพระนเรศวรในการทรวกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา ณ ทุ่งหนองสาหร่าย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยสถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 2456  โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราขานุภาพ ทรงรับสั่งให้เจ้าเมืองสุพรรณและเจ้าเมืองกาญจน์ออกทำการค้นหาตามพงศาวดารฉบับหวงประเสริฐ โดยผู้ว่าราชการเมืองสุพรรณได้ออกค้นหาและพบซากเจดีย์องค์หนึ่งอยู่กลางป่าไม้เบญจพรรณ ลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมที่เหลือแต่เพียงฐาน ลักษณะค่อนข้างชำรุด โดยสอบถามจากชาวบ้านก็ทราบว่าเจดีย์องค์ดังกล่าวทำครอบพระศพของกษัตริย์เอาไว้  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริที่จะสรางพระสถูปเจดย์องค์ใหม่ครอบทับองค์เดิม

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy
error: Content is protected !!